มือแทบจะอ่อนแรง
คืนนั้นทั้งคืนข้าไม่ได้หลับเลย
เช้าวันรุ่งขึ้น เย่ฝานที่แขนยังคงรู้สึกปวดเมื่อยจึงไปอาบน้ำ
เมื่อเขาแต่งตัวเสร็จเดินออกมา เหยียนอวิ้นก็นึ่งหมั่นโถวไว้เต็มซึ้งแล้ว นางเรียกเขาไปกินมื้อเช้าที่ห้องครัว
“เสี่ยวฝาน ร่างกายเจ้าเพิ่งจะดีขึ้นเมื่อคืน เหตุใดวันนี้ถึงตื่นเช้านักล่ะ?”
เหยียนอวิ้นกล่าวพลางยื่นถ้วยตะเกียบให้เย่ฝาน “มาเถอะ รีบกินตอนร้อน ๆ สิ!”
‘ไม่ใช่แค่ตื่นเช้าหรอก เรียกว่าไม่ได้นอนเลยต่างหาก’ เย่ฝานอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจ
สุดท้ายไม่มีทางเลือก จึงต้องไปอาบน้ำเย็นเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลงได้บ้าง
เย่ฝานไม่ได้ใช้ตะเกียบ เขาหยิบหมั่นโถวขึ้นมาแล้วกัดกินคำโต ๆ
“หมั่นโถวทั้งใหญ่ทั้งนุ่ม อร่อยจริง ๆ!”
ใบหน้าสวยของเหยียนอวิ้นขึ้นสีระเรื่อ
เจ้าเด็กคนนี้ พูดจาอะไรของเขากัน!
“ชอบกินก็ดีแล้ว ต่อไปพี่สะใภ้จะทำให้เจ้ากินทุกวันเลยก็ได้”
เหยียนอวิ้นเคี้ยวหมั่นโถวคำเล็ก ๆ ทันใดนั้นนางก็นึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมา
นางกล่าวด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อย “เสี่ยวฝาน เมื่อคืนเจ้าตีจ้าวต้าหู่ไป เขาจะไม่มาแก้แค้นพวกเราหรือ?”
เย่ฝานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มปลอบใจ “วางใจเถอะพี่สะใภ้ มีข้าอยู่ เขาไม่มีทางรังแกพวกเราได้หรอก”
ล้อเล่นน่า
ท่านปู่น้อยผู้นี้ได้รับมรดกมาแล้ว จะไปกลัวอันธพาลไร้ยางอายคนหนึ่งได้อย่างไร?
จะจัดการจ้าวต้าหู่ บอกเลยว่าเรื่องง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย
‘เจ้าเด็กคนนี้ เหตุใดถึงดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดูองอาจเหลือเกิน!’
เมื่อเห็นเย่ฝานมีท่าทีผ่อนคลายและมั่นใจ ในใจของเหยียนอวิ้นก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ทันใดนั้น นางก็นึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืนของตัวเองขึ้นมา ทำให้นัยน์ตาของนางพร่าเลือนไปชั่วขณะ...
กินมื้อเช้าเสร็จ เย่ฝานก็ออกไปเดินเล่นในหมู่บ้านรอบหนึ่ง
ชาวบ้านต่างประหลาดใจ หลายคนพากันรุมล้อมถามไถ่เขาไม่หยุด
กว่าจะบ่ายเบี่ยงผู้คนได้สำเร็จ เย่ฝานก็เตรียมตัวกลับบ้าน
ตอนนี้
เขาหายดีแล้ว แถมยังได้รับมรดกจากท่านบรรพชนก่อตั้งมา แน่นอนว่าต้องเปิดคลินิกต่อไป
จะได้เงินหรือไม่ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือได้อยู่เป็นเพื่อนพี่สะใภ้
“เสี่ยวฝาน เสี่ยวฝาน!”
เย่ฝานยังเดินไม่ถึงบ้าน ก็ได้ยินเสียงเรียกสองครั้ง
เขาหันไปมองจึงพบว่าคนที่เรียกตนคือเผิงหยวน หญิงสาวที่สามีไปทำงานต่างถิ่นในหมู่บ้าน
เผิงหยวนปีนี้อายุยี่สิบหก เป็นหญิงงามเลื่องชื่อของหมู่บ้านเนี่ยเจีย
ภายใต้ใบหน้าอันงดงาม รูปร่างของนางอวบอิ่มและมีเสน่ห์เฉพาะตัวของหญิงสาววัยสะพรั่ง
สามีของนางไปทำงานต่างถิ่นตลอดทั้งปี ปกติแล้วไม่รู้ว่ามีพวกผู้ชายหยาบโลนกี่คนที่หาเรื่องแวะเวียนมาที่บ้านนาง
แต่เย่ฝานไม่เคยได้ยินว่าเผิงหยวนถูกใครหลอกฟันได้ เห็นได้ชัดว่านางเป็นหญิงที่ดีคนหนึ่ง
เวลานี้ ใบหน้าของเผิงหยวนค่อนข้างซีดเผือด สีหน้าดูเจ็บปวด
“เสี่ยวฝาน เจ้าจะยืนบื้ออยู่ทำไม รีบเข้ามาสิ!”
เผิงหยวนเห็นเย่ฝานยืนอึ้งอยู่กับที่ จึงอดไม่ได้ที่จะเร่งเร้า
“อ้อ ๆ ได้เลย”
เมื่อได้ยินเสียง เย่ฝานก็เหมือนเพิ่งได้สติ เขาตอบรับแล้วเดินเข้าไปในบ้านของเผิงหยวน
“พี่หยวน สีหน้าพี่ดูแย่มาก เป็นอะไรไปหรือเปล่า?”
เย่ฝานเดินเข้าไปใกล้เผิงหยวน พลางถามด้วยความเป็นห่วง ในขณะเดียวกันก็สูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกพุดที่โชยมาจากตัวนาง
“ใช่จ้ะ ช่วงนี้ท้องน้อยของพี่ปวดรุนแรงมาก วันนี้ปวดหนักกว่าวันก่อน ๆ อีก”
“พอดีได้ยินคนบอกว่าเจ้าหายดีแล้ว พี่กำลังจะไปหาให้เจ้าช่วยดูให้หน่อย ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะเดินมาเอง”
เอ่อ
เย่ฝานชะงักไป
เขาเป็นหมอประจำหมู่บ้านก็จริง แต่ปกติก็แค่รักษาพวกอาการปวดหัวตัวร้อนให้ชาวบ้านเท่านั้น
อาการของเผิงหยวนนี่เห็นชัดว่าเป็นโรคทางนรีเวช มาหาเขาจะมีประโยชน์อะไร?
เย่ฝานกำลังจะอธิบาย ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าในห้วงความคิดของเขามีความรู้ด้านพยาธิวิทยาบันทึกไว้นับไม่ถ้วน
ดังนั้นเขาจึงยิ้มร่าแล้วกล่าวว่า “พี่หยวน พี่อย่าเพิ่งร้อนใจไป นั่งลงก่อน เดี๋ยวข้าดูให้!”
“ได้จ้ะ” เผิงหยวนหาเก้าอี้ใกล้ ๆ นั่งลง
เย่ฝานเห็นดังนั้นจึงแอบโคจรพลัง《เคล็ดสร้างสรรค์ฟ้าบุพกาล》ในร่างกาย
ทันใดนั้น ปราณแท้สีขาวนวลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ไหลไปรวมกันที่ปลายนิ้วของเขา
เขาจับชีพจรดู
เพียงไม่กี่วินาที เย่ฝานก็ล่วงรู้ถึงอาการป่วยของเผิงหยวน แถมในหัวยังปรากฏวิธีรักษาขึ้นมาอีกหลายสิบวิธี
เขาชักมือกลับ
เย่ฝานมองเผิงหยวนแล้วกล่าวว่า “พี่หยวน พี่เป็นแผลที่ปากมดลูกน่ะ”
“ปัญหาไม่ใหญ่มาก แต่ต้องรีบรักษาให้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้อาการลุกลาม”
“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวข้ากลับไปจัดคลินิกให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะจัดยาให้พี่ พี่กินติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์ก็จะหายขาด!”
แผลที่ปากมดลูกเป็นโรคทางนรีเวชที่พบได้บ่อยมาก
หากเป็นเมื่อก่อน เย่ฝานคงไม่มีความสามารถในการรักษา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการรักษาให้หายขาด
แต่ตอนนี้ อาการป่วยเหล่านี้สำหรับเขาแล้วถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย
เผิงหยวนได้ยินดังนั้น ใบหน้าสวยก็ขึ้นสีระเรื่อ
เมื่อนึกถึงความทรมานที่ได้รับมาหลายวันเผิงหยวนก็แสดงสีหน้ากระวนกระวายใจขึ้นมาอีก
“เสี่ยวฝาน หนึ่งสัปดาห์นานเกินไป เจ้ามีวิธีที่เห็นผลเร็วกว่านี้ไหม?”
เย่ฝานใจเต้นตึกตัก แสร้งทำเป็นลำบากใจ “มีก็มีอยู่หรอก เพียงแต่ว่า... มันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่”
“รักษาคนไข้ไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำหรอกหรือ? มีอะไรไม่สะดวกกัน”
“มาเถอะ รักษาให้พี่เดี๋ยวนี้เลย!”
เผิงหยวนไม่อยากทนใช้ชีวิตที่ทั้งคันทั้งปวดแบบนี้ต่อไปแล้ว จึงพูดออกมาอย่างเด็ดขาด
คราวนี้กลับกลายเป็นเย่ฝานที่ไปไม่เป็น
เขาถามอย่างงุนงง “พี่หยวน พี่เอาจริงหรือ?”
“แน่นอนว่าพี่เอาจริง! เจ้าเห็นพี่เหมือนคนกำลังล้อเล่นหรือไง?” เผิงหยวนเป็นคนนิสัยตรงไปตรงมา เมื่อตัดสินใจแล้วนางก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก
“ก็ได้ งั้นพี่ไปนอนบนเตียงเถอะ”
“เปิดเสื้อตรงท้องขึ้นมา เดี๋ยวข้าจะนวดท้องให้พี่ก่อน!” เย่ฝานกล่าว
“ได้จ้ะ แต่เจ้าต้องรอพี่เปลี่ยนชุดก่อนนะ ชุดกระโปรงนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่” เผิงหยวนดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยขณะกล่าว
จากนั้นนางก็กลับเข้าห้องไปเปลี่ยนชุด
ฟังเสียงขยับตัวไปมาในห้อง เย่ฝานรู้สึกทรมานราวกับหนึ่งวินาทีผ่านไปนานนับปี
โชคดีที่เสียงของเผิงหยวนดังขึ้นในเวลาไม่นาน
“เสี่ยวฝาน เจ้า... เข้ามาได้แล้ว”
“มาแล้ว”
เย่ฝานขานรับแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องนอน
ทันใดนั้น กลิ่นหอมอบอวลของดอกพุดก็ปะทะเข้าจมูก ทำให้เขารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที
และเมื่อเขาเห็นเผิงหยวนบนเตียงชัด ๆ ใจเขาก็สั่นไหวทันที ดวงตาจ้องมองจนค้าง
เห็นเพียงในห้องเผิงหยวนกำลังนอนหงายอยู่อย่างเงียบ ๆ บนเตียงคู่ขนาดใหญ่ที่นุ่มสบาย
เวลานี้นางเปลี่ยนมาสวมเสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีขาวตัวเล็ก
ทิวทัศน์ทั้งหมดถูกเขาเห็นอยู่ในสายตา...