ให้มันเตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับโทสะของข้า!
ชั่วพริบตาต่อมา ถังอี้สะบัดมือฟาดแส้หนังลงไปหนึ่งที
เรื่องการเล่นแส้ เขาไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด
สมัยอยู่ในกองทัพ อาวุธทั้งสิบแปดชนิดไม่มีสิ่งใดที่เขาไม่ชำนาญ
เพียงได้ยินเสียงเพียะ แส้หนังก็ฟาดลงบนร่างอ้วนท้วนของหวังหมัวหมัว แส้ทั้งเส้นฟาดตั้งแต่หัวไหล่ยาวไปจนถึงส้นเท้า ผิวหนังฉีกขาดเลือดสาด
เพียงชั่วครู่ รอยเลือดทางยาวก็ปรากฏขึ้นบนร่างของหวังหมัวหมัว!
“อ๊าก!”
“ถังอี้ เจ้ามันบ้าไปแล้ว เจ้ากล้าตีข้า นายหญิงไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”
หวังหมัวหมัวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด กลิ้งไปมาบนพื้น
“หมัวหมัวกล่าววาจาเช่นไร? ข้ากำลังสั่งสอนหมัวหมัวอยู่ต่างหาก”
“อย่างไร? การสั่งสอนที่น้องสาวข้าต้องรับมือ หมัวหมัวอายุมากปานนี้แล้วยังรับมือไม่ได้หรือ?”
ถังอี้แค่นหัวเราะ แส้ในมือฟาดลงบนร่างของหวังหมัวหมัวอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่แส้ฟาดลง ร่างของหวังหมัวหมัวก็มีรอยเลือดเพิ่มขึ้น เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วทั้งเรือน
เพียงครู่เดียว หวังหมัวหมัวก็กลายเป็นคนเลือดท่วมตัว
เดิมทีถังอินไม่กล้ามอง สองมือปิดตาไว้โดยสัญชาตญาณ ทว่านิ้วมือกลับแยกออกกว้าง นางกำลังแอบมองผ่านซอกนิ้ว ดวงตาคู่โตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเบิกกว้าง บนใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความตกตะลึง
นี่ยังเป็นพี่ชายของนางอยู่หรือไม่?
พี่ชายไปเอาความสามารถและความกล้าหาญเช่นนี้มาจากที่ใด?
“คุ…คุณชายสี่ อย่าตีเลย อย่าตีเลย”
“บ่าว…บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวจะไม่กล้าอีกแล้ว”
หวังกุ้ยหลานเลือดท่วมตัว พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นคุกเข่าบนพื้น โขกศีรษะขอชีวิตไม่หยุด
“เป็นคุณชายใหญ่และคุณชายรองที่สั่งให้บ่าวสั่งสอนคุณหนูอินอิน ก่อนหน้านี้คุณชายใหญ่และคุณชายรองก็ตีคุณหนูอินอิน ทั้งยังโรยเกลือลงบนบาดแผลของคุณหนูอินอินด้วย”
“พวกเขาไม่เพียงแต่หัวเราะเยาะที่เห็นคุณหนูอินอินเจ็บปวดจนกลิ้งไปมาบนพื้น แต่ยังเตะคุณหนูอินอินเล่นเหมือนลูกบอลอีกด้วย”
ถังอี้รู้ดีว่าหวังหมัวหมัวเอ่ยชื่อถังฮว่าและถังฮ่าวพี่น้องคู่นี้ออกมาในตอนนี้ เพื่อเบี่ยงเบนความแค้น
ถังฮว่าและถังฮ่าวคือแก้วตาดวงใจของถังจิ้ง ทั้งสองได้รับความรักอย่างยิ่ง หากเขาไปล้างแค้นพี่น้องตระกูลถัง นั่นเท่ากับรนหาที่ตาย
ทว่าเมื่อถังอี้ได้ยินว่าบาดแผลเก่าบนตัวถังอินเกิดจากถังฮว่าและถังฮ่าว ทั้งยังโรยเกลือลงบนบาดแผลของนาง เขากลับรู้สึกว่าโลหิตทั่วร่างแข็งค้างในชั่วพริบตา
การโรยเกลือบนบาดแผล สมัยที่เขาอยู่ในค่ายฝึกปีศาจก็เคยถูกครูฝึกทำเช่นนี้
ความเจ็บปวดนั้นราวกับมีมดนับหมื่นตัวกัดกินทั่วร่าง จนถึงตอนนี้เขายังรู้สึกหวาดหวั่น
ถังอินเป็นเพียงเด็กวัยห้าขวบ นางทนความเจ็บปวดเช่นนั้นมาได้อย่างไร?
เมื่อนึกถึงภาพน้องสาวที่เจ็บปวดจนกลิ้งไปมาบนพื้นร้องไห้จ้า ในขณะที่ถังฮว่าและถังฮ่าวกอดอกหัวเราะเยาะอยู่ข้าง ๆ ทั้งยังเตะน้องสาวเล่นเหมือนลูกบอล…
ดวงตาของถังอี้แดงก่ำ จิตสังหารไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
“พี่ชาย พี่ชาย ข้าไม่เป็นไร ข้าหายแล้ว”
เสียงนุ่มนวลของเด็กหญิงดังขึ้นข้างหู
ถังอี้ก้มหน้าลง เห็นถังอินใช้สองมือจับมือเขาแล้วเขย่าเบา ๆ “พี่ชาย ข้าไม่เจ็บแล้ว จริง ๆ นะ ไม่เจ็บเลยสักนิด”
ถังอี้ก้มตัวอุ้มนางขึ้น ไม่เจ็บ? เจ็บจนร่างสั่นเทาขนาดนี้ ยังบอกว่าไม่เจ็บอีกหรือ?
“ยาเล่า?”
ถังอี้หรี่ตามองหวังหมัวหมัวอย่างเย็นชา ร่างเดิมไม่เคยสังเกตเห็นว่าน้องสาวบาดเจ็บ เกรงว่าทุกครั้งที่ถูกทารุณ พวกเขาคงทายาให้น้องสาว
มิเช่นนั้น น้องสาวคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้
หวังหมัวหมัวสะดุ้งสุดตัว รีบหยิบขวดยาออกจากอกส่งให้ถังอี้ “ยา…ยาอยู่ที่นี่”
ถังอี้ไม่อยากฆ่าคนต่อหน้าน้องสาว เขาหยิบขวดยาแล้วเตะหวังหมัวหมัวกระเด็นออกไป
“ไสหัวไป! กลับไปบอกเหยียนซวงอวี้ จะจัดการข้าข้าไม่ว่า แต่นางไม่ควรแตะต้องน้องสาวข้า”
“แตะต้องน้องสาวข้า นางรนหาที่ตาย!”
“ให้มันเตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับโทสะของข้า!”
หวังกุ้ยหลานราวกับได้รับอภัยโทษ รีบตะเกียกตะกายหนีออกจากเรือนไปทันที
การถูกทุบตีครั้งนี้ หากไม่ผ่านไปสามเดือน นางคงไม่มีทางลุกจากเตียงได้
“ท่าน…ยังเป็นพี่ชายข้าอยู่หรือไม่? พี่ชายข้าขี้ขลาดจะตายไป”
ถังอินจ้องมองถังอี้ ดวงตาคู่โตกะพริบหนึ่งครั้ง หยาดน้ำตาไหลรินลงมาตามแก้ม
ถังอี้ยกมือลูบศีรษะถังอินแล้วยิ้ม “แน่นอน ข้าคือถังอี้พี่ชายเจ้า ไม่ผิดตัวแน่”
“เพียงแต่ตอนนี้ พี่ชายต้องเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิต มิเช่นนั้นเราสองพี่น้องคงอยู่ไม่รอด”
“มาเถิด พี่ชายจะช่วยเจ้าล้างบาดแผลก่อน”
ถังอี้หาอ่างไม้มาใส่น้ำสะอาด ทว่ากลับหาผ้าเช็ดตัวไม่พบแม้แต่ผืนเดียว สุดท้ายทำได้เพียงฉีกชายเสื้อผ้าป่านมาช่วยถังอินล้างบาดแผล
ถังอินหมอบอยู่บนโต๊ะยาว เจ็บจนตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพราก ทว่ากลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่คำเดียว
นางชินกับการอดทนเสียแล้ว
เห็นแล้วถังอี้ใจสลาย
เมื่อช่วยน้องสาวล้างบาดแผลและทายาเสร็จ ถังอี้ก็หยิบมีดฟืนขึ้นสนิมจากกองฟืน บิดคอไปมาแล้วมองน้องสาว
“ไปเถิด พี่จะพาเจ้าไปทวงความยุติธรรม!”
“หากวันนี้เรื่องนี้จบลงง่าย ๆ เช่นนี้ ข้าจะไม่ขอเรียกตนเองว่าอสุราแห่งนรก แต่จะเปลี่ยนชื่อเป็นหนูขี้ขลาด!”
ถังอี้ไม่ใช่ร่างเดิมที่อ่อนแอ
ใครดีต่อเขา เขาจะตอบแทนสิบเท่า
ใครไม่ดีต่อเขา เขาจะตอบแทนร้อยเท่า!
…
ตระกูลถัง เรือนตะวันออก
เหยียนซวงอวี้มองดูบุตรชายและลูกสะใภ้ที่มีรอยแผลเต็มใบหน้า นางเองก็รู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
“นี่…นี่เป็นฝีมือถังอี้ทั้งหมดหรือ?”
เหยียนซวงอวี้ไม่อยากจะเชื่อ ถังอี้ยังมีฝีมือถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ถังฮ่าวลูบหน้าผากพลางกล่าว “พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น วันนี้เขาดูเหมือนกินยาผิดมา”
เหยียนซวงอวี้มองไปทางหลินจู๋ หลินจู๋มีสีหน้าคับแค้นใจ ทว่าในแววตากลับเต็มไปด้วยความอาฆาต “สามีพูดถูกแล้ว วันนี้ถังอี้ผิดปกติมาก เขาไม่มีความอ่อนแอเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ทั้งยังดูเด็ดขาดและโหดเหี้ยม”
เขา…ยังกล้าด่าว่านางอัปลักษณ์!
จากสีหน้าท่าทางที่รังเกียจของเขาในตอนนั้น เห็นได้ชัดว่าเขารังเกียจที่นางอัปลักษณ์จริง ๆ
ในขณะที่ถังอี้คนก่อน แค่เห็นหน้านางก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเหยียนซวงอวี้ก็ดูไม่ได้
ราชโองการพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทใกล้จะลงมาแล้ว ในเวลานี้จะเกิดความผิดพลาดไม่ได้
“ฮูหยิน ฮูหยินช่วยด้วย ฮูหยินช่วยด้วยเจ้าค่ะ…”
ในเวลานี้ หวังกุ้ยหลานตะเกียกตะกายบุกเข้ามา
เมื่อเห็นหวังกุ้ยหลานเลือดท่วมตัว เหยียนซวงอวี้และถังฮ่าวต่างตกใจ
“หมัวหมัว เจ้าเป็นอะไรไป?”
เหยียนซวงอวี้ให้หญิงรับใช้ช่วยพยุงหวังกุ้ยหลานขึ้นมา
ทว่าหวังกุ้ยหลานยืนแทบไม่อยู่ นางชี้ไปทางเรือนตะวันตกแล้วสั่นเทา “เป็นถังอี้เจ้าค่ะ ฮูหยิน เป็นถังอี้ที่ตีบ่าว”
“ถังอี้บ้าไปแล้ว เขาถึงกับกล้าตีบ่าว ทั้งยังให้บ่าวมาบอกท่าน ให้ท่านเตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับโทสะของเขา!”
เมื่อฟังคำของหวังกุ้ยหลานจบ สีหน้าของเหยียนซวงอวี้ก็เย็นชาถึงขีดสุด
“รับมือกับโทสะของเขา? น่าขัน! อาศัยเพียงสวะที่มารดาตายไปแล้วอย่างเขา จะสร้างคลื่นลมอะไรได้ จะกล้าก่อเรื่องอะไรได้!”
นางชี้ไปที่ถังฮ่าวและหวังกุ้ยหลานแล้วกล่าว “ตอนนี้ท่านพ่อของพวกเจ้าคงกลับมาแล้ว พวกเจ้าไปรอที่ประตูใหญ่ เมื่อเขากลับมาให้ฟ้องร้องเขาในทันที”
พูดจบ นางมองไปที่หลินจู๋แล้วกล่าว “เจ้ากลับไปเสีย แล้วบอกว่าได้รับความตกใจจึงไม่พบผู้ใด”
แม้บนตัวหลินจู๋จะมีรอยแผลที่ถังอี้ตีมา ทว่าเครื่องสำอางที่ถังฮ่าวช่วยแต่งให้นั้นยังเด่นชัดเกินไป การกล่าวหาถังอี้อาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้
“ส่วนข้า คุณหนูตระกูลข่ง ข่งซือหลาน เพิ่งส่งเทียบเชิญมา ข้าจะออกไปต้อนรับนางด้วยตนเอง”
“ละครฉากดี ๆ เช่นนี้ ย่อมต้องมีผู้ชมไม่ใช่หรือ”
เหยียนซวงอวี้แค่นหัวเราะ พาสาวใช้เดินออกจากประตูไป
ถังฮ่าว หลินจู๋ และหวังกุ้ยหลานหลังจากแบ่งหน้าที่กันชัดเจนแล้ว ต่างก็เริ่มลงมือ
ครั้งนี้ ต้องทำให้ถังอี้พินาศย่อยยับให้จงได้!